โมเดล กับ เด็กสถาปัตย์ คือ ของคู่กัน เพราะการตัดโมเดลจะช่วยให้ เด็กสถาปัตย์ (ว่าที่สถาปนิก) เข้าใจโครงสร้าง , พื้นที่ (Space) , และรูปร่างของงานที่กำลังคิดแบบไว้ ให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างที่จับต้องได้ รวมถึงช่วยในการนำเสนอให้ผู้อื่นเข้าใจงานที่ออกแบบไว้ได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย

1. คัตเตอร์ : ใช้ในการตัดวัสดุต่างๆ แนะนำใบมีด 30 องศาเพราะเห็นมุมที่จะตัดชันขึ้น ตัดง่ายกว่าใบมีดแบบปกติ (45องศา) โดยคัตเตอร์ที่มีให้เลือก 2 แบบ คือ ใบมีดเหล็กธรรมดา(สีเงิน) ข้อดี คือหาซื้อง่ายราคาไม่แพง แต่คมไม่นาน ต่างจาก มีดใบดำ ที่คมมากกว่า ใบมีดบาง กรีดง่าย แต่ก็มีราคาที่สูงกว่า
แนะนำ Olfa ใบมีดดำ ราคาประมาณ 150 บาท / 1 กล่อง
2. แผ่นรองตัด : ใช้งานเพื่อไม่ให้เกิดรอยกรีดคัตเตอร์ลงบนโต๊ะ และป้องกันไม่ให้ใบมีดทื่อเร็ว แนะนำขนาด A4-A2 ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
3. ไม้บรรทัดเหล็ก : ใช้รองตัดที่เป็นเส้นตรง **ห้ามใช้ไม้บรรทัดพลาสติก เพราะใบคัตเตอร์อาจกินเข้ามาโดนมือเราได้ เป็นอุบัติเหตุที่ค่อนข้างอันตราย แนะนำความยาว 30 เซนติเมตร
4. ไม้สเกล : ใช้วัดมาตราส่วนของชิ้นส่วนโมเดลที่จะตัด ให้ตรงสเกลกับแบบ **ห้ามนำไปใช้แทนไม้บรรทัดเหล็ก เพราะ คัตเตอร์จะตัดเนื้อพลาสติกของไม้สเกลและทำให้เสียได้
5. กาว : กาวยางใช้เชื่อมวัสดุทั่วไป และ กาวร้อน ใช้เชื่อมกระดาษที่หนามากๆ เช่น ฐานโมเดล
6. วัสดุที่นำมาใช้ตัดโมเดล : ควรเลือกให้เหมาะสมกับงานที่ออกแบบ โดยมีวัสดุหลักๆ ดังนี้
นอกจากนี้ยังมีการใช้เครื่อง Laser cut , 3D print หรือนวัตกรรมอื่นๆเข้ามาช่วยให้โมเดลมีความสวยงามเสมือนจริง มากขึ้น แต่มักมีราคาสูงจึงมักเลือกใช้แค่ใน Final Project สำคัญๆ หรือในวิทยานิพนธ์ (Thesis) เท่านั้น
ส่วนการส่งงาน / แบบร่างต่างๆ เรามักจะทำ Mass Model ด้วยวัสดุง่ายที่ตัดได้ด้วยตัวเอง อย่างกระดาษชานอ้อย เพื่อคิดงานออกแบบโครงร่างคร่าวๆ ก่อนส่งจริง (มักจะมีแก้แบบเสมอ) แล้วจึงนำแบบมาพัฒนาให้สมบูรณ์ขึ้นต่อไป
ดังนั้นการเลือกวัสดุ /อุปกรณ์ที่จะนำมาตัดโมเดล อย่างเหมาะสม จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้งานออกมาสวยงามเสมือนจริง , แข็งแรง และ ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น