เรียนสถาปัตย์ ทำงานอะไรได้บ้าง ?

เรียนสถาปัตย์ ทำงานอะไรได้บ้าง ?

 

เรียนสถาปัตย์ ดีไหม? งานมั่นคงแค่ไหนและมีทางเลือกอะไรในอาชีพได้อีกบ้าง ?   มาทำความรู้จักสายงานของ "สถาปนิก" กัน

 

แบ่งตามกลุ่ม "สายงาน"  ได้ดังนี้

1. สายวิชาชีพตรง (มีใบประกอบวิชาชีพตามที่เรียนมา)

  • สถาปนิก (Architect) : ออกแบบโครงสร้างอาคารและบ้านพักอาศัย
  • สถาปัตย์ภายใน (Interior Designer) : จัดวางพื้นที่ เลือกวัสดุ และตกแต่งภายในอาคาร
  • ภูมิสถาปนิก (Landscape Architect) : ออกแบบพื้นที่ภายนอก สวนสาธารณะ และภูมิทัศน์รอบอาคาร
  • นักออกแบบผังเมือง (Urban Designer) : วางแผนระบบและพัฒนาพื้นที่เมืองให้น่าอยู่
  • สถาปัตย์ไทย : ออกแบบงานที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมไทยทั้งหมด 

 

2. สายบริหารจัดการและเทคโนโลยีการก่อสร้าง

  • ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) : ควบคุมดูแลงานก่อสร้างและงบประมาณ
  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน BIM (BIM Specialist) : ทำแบบจำลองอาคาร 3 มิติขั้นสูงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
  • นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Developer) : บริหารโครงการขนาดใหญ่ คอนโด หรือ หมู่บ้านจัดสรร 

 

3. สายงานสร้างสรรค์และสื่อ (Creative & Media)

  • นักออกแบบนิทรรศการและอีเวนต์ (Exhibition/Event Designer) : ออกแบบบูธ เวทีคอนเสิร์ต และงานแฟร์
  • 3D Visualizer / Animator : ทำภาพเรนเดอร์และสร้างภาพจำลอง 3 มิติเพื่อการโฆษณา
  • Product Designer : ออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น Fashion Design , Jewelry Design , Furniture Design , Ceramic , Material & Texture Design
  • นักออกแบบกราฟิก (Graphic Designer) : ประยุกต์ความรู้เรื่ององค์ประกอบศิลป์ไปทำสื่อต่างๆ เช่น Logo , Branding , Website , Application และ สื่อโฆษณาต่างๆ


     

 

แบ่งตามหน่วยงานสังกัด/ตำแหน่งงาน

 1. ตำแหน่งงานในบริษัทเอกชน (Firm / Developer)
สายงานนี้โตได้ 2 ฝั่งหลักๆ คือ ฝั่งออกแบบ (Design) และ ฝั่งบริหารงานก่อสร้าง (Management)

  • Junior Architect / Designer (สถาปนิกจบใหม่) : เขียนแบบ เคลียร์แบบ ทำโมเดล 3D หาข้อมูลวัสดุ
  • Senior Architect (สถาปนิกอาวุโส) : คุมทีมออกแบบ ตรวจแบบ ดีลกับลูกค้าและวิศวกร
  • Design Director / Principal (ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ): กำหนดทิศทางการออกแบบของบริษัท บริหารภาพรวมโครงการ
  • Project Coordinator (ผู้ประสานงานโครงการ) : ประสานงานระหว่างคนออกแบบ ลูกค้า และผู้รับเหมาหน้างาน
  • Site Architect / Inspector (สถาปนิกคุมงาน) : ตรวจสอบความถูกต้องของการก่อสร้างหน้างานให้ตรงตามแบบ

2. ตำแหน่งงานในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
งานวางผัง พัฒนาเมือง ตรวจสอบแบบตามกฎหมาย และดูแลอาคารของภาครัฐ

  • สถาปนิกปฏิบัติการ / ชำนาญการ : เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง, กรมศิลปากร, สำนักงานเขต
  • นักผังเมือง : วางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินและระบบสาธารณูปโภค
  • อาจารย์มหาวิทยาลัย / นักวิจัย : สอนและพัฒนาองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรม 


3. ตำแหน่งงานอิสระ (Freelance) และ สตาร์ทอัพ

  • Freelance Architect : รับงานออกแบบสถาปัตยกรรม หรือ รีโนเวทบ้านกับเจ้าของบ้านโดยตรง
  • 3D Visualizer : รับจ้างทำภาพทัศนียภาพ 3 มิติ (3D Render) และภาพเคลื่อนไหวส่งบริษัทออกแบบ
  • Content Creator สายบ้าน/ดีไซน์: ทำเพจ รีวิววัสดุ รีวิวบ้าน หรือเขียนบทความสถาปัตยกรรม

     


ความก้าวหน้าและระดับใบประกอบวิชาชีพ (สำหรับตรงสายวิชาชีพ)

ในประเทศไทย การเติบโตในสายสถาปนิก จำเป็นต้องมี "ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม" จากสภาสถาปนิก
โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ 

1. ภาคีสถาปนิก : ระดับเริ่มต้นสำหรับจบใหม่ สอบได้ทันทีหลังเรียนจบ ออกแบบอาคารขนาดเล็ก-กลางได้
2. สามัญสถาปนิก : ต้องทำงานสะสมประสบการณ์ 2 ปีขึ้นไปและสอบเลื่อนขั้น ออกแบบอาคารขนาดใหญ่ได้
3. วุฒิสถาปนิก : ระดับสูงสุด ต้องมีประสบการณ์และผลงานโดดเด่น สามารถออกแบบอาคารขนาดใหญ่พิเศษและเป็นที่ปรึกษาได้
4. ภาคีสถาปนิกพิเศษ : สำหรับผู้ที่ไม่ได้จบสายตรง แต่มีประสบการณ์ทำงานด้านสถาปัตยกรรมสูง

 

การเรียนในคณะสถาปัตยกรรมไม่ได้สอนแค่การออกแบบตึก แต่ให้สิ่งที่สำคัญกว่า นั่นคือ  "กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)"  ซึ่งเป็นทักษะที่ผสมผสานทั้งศาสตร์แห่งเหตุผล การคำนวณ ความเข้าใจมนุษย์ และ ศิลปะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สามารถหยิบไปประยุกต์-ต่อยอดได้กับทุกสายงานในโลกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสายนวัตกรรม เทคโนโลยี การบริหารธุรกิจสร้างสรรค์ หรือ การเป็นผู้ประกอบการ

หากน้องๆ เป็นคนหนึ่งที่รักศิลปะ ชอบสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และ คิดแก้ปัญหา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คือ คำตอบ เพราะการเรียนคณะสถาปัตย์ ไม่ใช่แค่การเรียนเพื่อเป็นสถาปนิก แต่ทำให้ เรามีมุมมองของนักออกแบบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะพาเราต่อยอด ทุกๆอาชีพได้ ในอนาคต!!!



 

Powered by MakeWebEasy.com